thread lift

ไหมน้ำ คืออะไร ช่วยเรื่องผิวพรรณอะไรได้บ้าง รวมข้อดี-ข้อเสียที่ควรรู้ก่อนทำ

พญ.ฬิษา สุวรรณเกษการ

เขียน & ตรวจสอบโดย พญ.ฬิษา สุวรรณเกษการ (หมอลิซ่า)

ไหมน้ำ คืออะไร ช่วยเรื่องผิวพรรณอะไรได้บ้าง รวมข้อดี-ข้อเสียที่ควรรู้ก่อนทำ

การร้อยไหมน้ำถือเป็นอีกหนึ่งหัตถการที่ช่วยเรื่องของการยกกระชับผิวพร้อมทั้งช่วยฟื้นฟูเซลล์ผิวจากภายในได้เป็นอย่างดี แต่เชื่อว่าก็คงจะมีอยู่หลายคนที่เกิดความสงสัยขึ้นมาว่าไหมน้ำคืออะไร ต่างกับการร้อยไหมธรรมดาอย่างไร และช่วยเรื่องอะไรบ้างในบทความนี้เราได้รวบรวมข้อมูลมาไว้ให้แล้ว

โปรแกรมไหมน้ำคืออะไร

โปรแกรมไหมน้ำคืออะไร

ไหมน้ำ (BIOSTIMULATOR) เป็นนวัตกรรมใหม่ที่จะช่วยฟื้นฟูเซลล์ผิว และช่วยปรับยกกระชับผิวให้เต่งตึงขึ้นผ่านการฉีดตัวสารที่มีส่วนช่วยในการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในชั้นผิวให้เพิ่มมากขึ้น ทำให้ผิวมีความเต่งตึงขึ้น ผิวแน่นขึ้นและยังช่วยให้ผิวสวยสุขภาพดีจากภายในได้อีกด้วย

ทำไมถึงเรียกว่าไหมน้ำ
หลายคนอาจจะสงสัยว่าในเมื่อหัตถการไหมน้ำนั้นจะใช้วิธีการฉีดสารลงไปยังชั้นผิวต่างๆ คล้ายกับการฉีดฟิลเลอร์หรือเมโส แต่ทำไมถึงเรียกว่า “ไหมน้ำ” นั้นก็เพราะว่าตัวสารต่างๆ ในไหมน้ำก็คือกลุ่มสาร PLLA, PCI, PDO, CAHA ที่เป็นสารเดียวกับสารที่พบในเส้นไหมของหัตถการร้อยไหม (THREAD) แบบทั่วไป ทำให้ผลลัพธ์หลังฉีดไหมน้ำนั้นมีความคล้ายคลึงกับผลลัพธ์หลังทำการร้อยไหม จึงทำให้คนเรียกหัตถการนี้ว่าไหมน้ำนั่นเอง

หลักการทำงานของไหมน้ำ

หลังจากที่ฉีดไหมน้ำเข้าไปยังชั้นผิวแล้ว ตัวสารต่างๆ จะไปทำให้เกิด Immune Process ที่เป็นระบบเดียวกันกับการที่ร่างกายคอยปกป้องตัวเองจากเจอเชื้อโรคซึ่งเมื่อเกิดระบบนี้ขึ้นกับตัวสารไหมน้ำมันก็เลยไปกระตุ้นทำให้ร่างกายมีการสร้างคอลลาเจนในชั้นผิวให้เพิ่มมากขึ้น ส่งผลทำให้ผิวมีความเต่งตึง กระชับขึ้น พวกริ้วรอยร่องลึกต่างๆ ก็จะดูจางไปตามได้ด้วย

ไหมน้ำช่วยเรื่องอะไรบ้าง

ไหมน้ำช่วยเรื่องอะไรบ้าง
  • ช่วยปรับแก้ปัญหาผิวหย่อนคล้อย ให้ผิวยกกระชับ เต่งตึงมากยิ่งขึ้น
  • ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในชั้นผิวให้เพิ่มมากขึ้น
  • ช่วยลดเลือนริ้วรอย ร่องลึกตามจุดต่างๆ บนใบหน้า
  • ช่วยปรับแก้ปัญหารูขุมขนกว้าง ทำให้รูขุมขนกระชับเรียบเนียนขึ้น
  • ช่วยปรับผิวให้อิ่มฟู ให้ผิวอิ่มน้ำ แลดูผิวสุขภาพดีจากภายใน
  • ช่วยเสริมความแข็งแรงให้ชั้นผิว ทำให้ผิวแน่นขึ้น

ไหมน้ำต่างกันการร้อยไหมปกติอย่างไร

ไหมน้ำกับการร้อยไหมแตกต่างกันอย่างไร

การทำไหมน้ำและการร้อยไหมแบบปกติทั่วไปนั้นจะมีทั้งความเหมือนและความแตกต่างกัน ดังนี้

ความเหมือนกัน

ทั้งสองหัตถการมีการใช้ตัวกลุ่มสาร PLLA, PCI, PDO ในการช่วยยกกระชับผิว และกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในชั้นผิวให้เพิ่มมากขึ้น ส่งผลทำให้ผิวกระชับ เต่งตึง ริ้วรอยดูจางลง

ความแตกต่างกัน

  • ไหมน้ำ (BIOSTIMULATOR) จะเป็นการใช้วิธีการฉีดกลุ่มสาร PLLA, PCI, PDO, CAHA ที่มาในรูปแบบของสารน้ำบรรจุอยู่ในขวดลงไปในชั้นผิวเพื่อให้ตัวสารไปสร้างกระบวนการยกผิวให้กระชับขึ้น
  • การร้อยไหม (THREAD) จะเป็นการใช้ตัวเส้นไหมที่ทำมาจากวัสดุ PLLA, PCI, PDO ที่มาในรูปแบบของเส้นไหมในการร้อยเข้าไปในชั้นผิวทีละเส้นและทำการดึงยกกระชับผิวขึ้นสวนทางกับแรงโน้มถ่วงของโลก

ไหมน้ำนิยมฉีดบริเวณไหน

ไหมน้ำนิยมฉีดบริเวณไหน

การปรับแก้ปัญหาผิวด้วยการฉีดไหมน้ำนั้นสามารถทำได้หลายจุดทั่วทั้งใบหน้า ขึ้นอยู่กับความต้องการของคนไข้และการประเมินจากแพทย์ผู้รักษา ซึ่งโดยตำแหน่งบริเวณที่มักมีการฉีดไหมน้ำบ่อยๆ นั้นได้แก่

  • หน้าผาก และบริเวณเหนือคิ้ว
  • ระหว่างคิ้ว
  • บริเวณใต้ตา ร่องใต้ตา
  • ขมับ
  • จมูก
  • หน้าแก้ม
  • ร่องแก้ม
  • ร่องน้ำหมาก
  • โหนกแก้ม
  • ริมฝีปาก
  • กราม
  • คาง

ไหมน้ำมีข้อดี-ข้อเสียอย่างไร

ข้อดีของการฉีดไหมน้ำข้อเสียของการฉีดไหมน้ำ
– ช่วยยกกระชับผิว ให้กลับมาเต่งตึงขึ้น
– ช่วยลดริ้วรอย ร่องลึกตามจุดต่างๆ
– ช่วยปรับโครงสร้างของผิวให้แข็งแรง เสริมเกราะป้องกันผิว
– ช่วยทำให้ผิวอิ่มฟู สุขภาพดี
– ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในผิวให้เพิ่มมากขึ้น
– ตัวสารในไหมน้ำมีความปลอดภัย และสามารถสลายเองได้ในร่างกายโดยไม่ทิ้งสารตกค้างที่เป็นอันตราย
– สามารถเห็นผลลัพธ์ได้ยาวนาน
– หลังทำไม่ต้องพักฟื้น
– ไม่ต้องกังวลเรื่องแผลเป็นหลังทำ
– ไม่สามารถเห็นผลได้ทันทีหลังทำ โดยผลจะค่อยๆ ชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ หลังทำประมาณ 2-4 สัปดาห์เป็นต้นไป
– หลังทำอาจมีอาการบวมและมีรอยช้ำจากรอยเข็มเกิดขึ้นได้
– หากฉีดไม่ครบตามโดสที่แพทย์แนะนำอาจทำให้ไม่เห็นผลลัพธ์หรือเห็นผลได้น้อยมากๆ

ไหมน้ำมีทั้งหมดกี่แบบ

ชนิดของไหมน้ำที่ใช้ฉีดกระตุ้นผิวในปัจจุบันนี้มีอยู่ด้วยกัน 4 แบบคือ

ไหมน้ำมีกี่แบบ
  1. ไหมน้ำแบบ PDO (Polydioxanone)
    มีความยืดหยุ่นสูง และยังช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในชั้นผิวได้เป็นอย่างดี ที่สำคัญเป็นสารที่มีโอกาสก่อให้เกิดการแพ้ระคายเคืองได้ค่อนข้างต่ำ
  2. ไหมน้ำแบบ PCL (Polycarpolactone)
    เป็นอีกหนึ่งสารที่มีความยืดหยุ่น ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนได้ดีและยังมีประสิทธิภาพทำให้เห็นผลลัพธ์ได้ค่อนข้างยาวนาน
  3. ไหมน้ำแบบ PLLA (Poly-L-Lactic acid)
    สารตัวนี้มีจุดเด่นในเรื่องของการถูกสังเคราะห์มาจากพืช ทำให้มีความปลอดภัยสูงช่วยลดโอกาสแพ้ได้ดี ทั้งยังมีจุดเด่นในเรื่องของการอุ้มน้ำทำให้ผิวชุ่มชื้น และกระตุ้นการผลิตคอลลาเจนได้ดีอีกด้วย
  4. ไหมน้ำแบบ PDLLA (Poly D-L-Lactic Acid)
    สารตัวนี้เด่นในเรื่องของการลดอาการแพ้อักเสบได้ดี และยังมีโมเลกุลของสารที่ใหญ่ทำให้ช่วยเรื่องยกกระชับผิวได้เป็นอย่างดีมากๆ และยังช่วยการกระตุ้นการผลิตคอลลาเจนได้ดีมากๆ อีกด้วย

ในปัจจุบันไหมน้ำมีให้เลือกยี่ห้อ

หากจะให้พูดถึงยี่ห้อของการฉีดไหมน้ำในปัจจุบันนั้นก็ต้องบอกเลยว่ามีหลายยี่ห้อให้เลือกมากๆ ซึ่งเราจะขอแนะนำยี่ห้อที่เป็นที่นิยมในไทยดังนี้

  1. Gouri
    Gouri เป็นไหมน้ำกลุ่มสาร PCL (Polycaprolactone) ที่มีจุดเด่นคือมีโมเลกุลสูง สามารถเห็นผลลัพธ์หลังทำได้ภายใน 1-2 สัปดาห์ จุดเด่นคือช่วยกระตุ้นคอลลาเจนในผิวให้เพิ่มมากขึ้น ช่วยลดริ้วรอย ร่องลึกตามจุดต่างๆ ช่วยปรับผิวให้มีความกระจ่างใสอิ่มฟู ช่วยปรับผิวให้กระชับเต่งตึงขึ้น และยังทำให้ผิวดูอ่อนเยาว์มากขึ้นอีกด้วย
  2. Sculptra
    Sculptra เป็นไหมน้ำแบบกลุ่ม PLLA (Poly-L-Lactic acid) มีส่วนช่วยในเรื่องของการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนทำให้ผิวมีความอ่อนเยาว์มากยิ่งขึ้น ช่วยแก้ปัญหาผิวเหี่ยวย่น ริ้วรอย ร่องลึกตามจุดต่างๆ และยังช่วยฟื้นบำรุงผิวที่หมองคล้ำให้กลับมากระจ่างใสสุขภาพดีขึ้นได้
  3. Ultracol
    Ultracol ถือเป็นไหมน้ำแบบ PDO (Polydioxanone) เด่นในเรื่องของการลดเลือนริ้วรอย ช่วยเติมเต็มผิวให้มีความอิ่มฟู สวยฉ่ำจากภายใน ทำให้ชั้นผิวมีความหนาแน่นขึ้น ปรับโครงสร้างผิวให้แข็งแรงขึ้น ทำให้ผิวมีความกระชับเต่งตึงขึ้น
  4. AestheFill
    AestheFillจัดเป็นไหมน้ำกลุ่ม PDLLA (Poly D-L-Lactic Acid) จากประเทศเกาหลี มีหลักการทำงานด้วยการกระตุ้นการผลิตคอลลาเจนในผิวให้เพิ่มขึ้น ทำให้ผิวมีความกระชับ ลดเลือดริ้วรอย ร่องลึก ปรับผิวให้มีความเรียบเนียนและอ่อนเยาว์มากขึ้นกว่าเดิม
  5. Lenisna
    Lenisnaเป็นไหมน้ำแบบ PDLLA (Poly D-L-Lactic Acid) ที่มีเนื้อเหลวแต่สามารถคงตัวในชั้นผิวได้เป็นอย่างดี มาพร้อมกับโมเลกุลทรงกลมที่ช่วยลดการเกิดบาดแผลและการอักเสบหลังทำได้เป็นอย่างดีหลังฉีดไปแล้วจะทำให้การสร้างคอลลาเจนในผิวเพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้ผิวอ่อนเยาว์ขึ้นอย่างเป็นธรรมชาตินอกจากนั้นยังมีความปลอดภัยเพราะได้รับการรับรองจาก KFDA เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
  6. Juvelook
    Juvelook อีกหนึ่งไหมน้ำกลุ่ม PDLLA (Poly D-L-Lactic Acid) จากประเทศเกาหลีมีจุดเด่นคือตอนฉีดจะไม่แสบผิวและยังมีส่วนผสมของ Hyaluronic Acid ที่ช่วยเติมความชุ่มชื้นและเติมเต็มพวกริ้วรอย ร่องลึก หลุมสิวต่างๆให้เต็มมากยิ่งขึ้นพร้อมๆ ไปกับการสร้างคอลลาเจนในผิวให้เยอะขึ้นกว่าเดิม
    (อ่านข้อมูลJuvelook ที่ละเอียดมากขึ้น: โปรแกรม Juvelook คืออะไร?)
  7. Nano Lift
    Nano Liftเป็นไหมน้ำสาร PCL (Polycaprolactone) จุดเด่นในเรื่องของการช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในชั้นผิวให้เพิ่มมากยิ่งขึ้น ทำให้ผิวมีความเต่งตึงอิ่มฟู ผิวมีความกระชับขึ้นเสมือนการไปลิฟต์หน้ามา และยังช่วยปรับผิวให้กระจ่างใสได้ดีอีกด้วย

ไหมน้ำเห็นผลได้นานแค่ไหน

ไหมน้ำเห็นผลได้นานแค่ไหน

ระยะเวลาการเห็นผลหลังฉีดไหมน้ำนั้นจะขึ้นอยู่กับชนิดของสารที่ใช้ในการฉีดด้วย เนื่องจากสารแต่ละตัวก็จะมีระยะเวลาการเห็นผลที่แตกต่างกัน ดังนี้

  • ไหมน้ำแบบ PDO เห็นผลได้ประมาณ 6-8 เดือน
  • ไหมน้ำแบบ PCL เห็นผลได้ประมาณ 6-12 เดือน
  • ไหมน้ำแบบ PLLA และแบบ PDLLA เห็นผลได้ประมาณ 24 เดือน
    แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับการดูแลตัวเองของคนไข้ด้วยว่ามีการดูแลผิวที่ดีไหม มีพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่ทำร้ายเซลล์ผิวมากแค่ไหน ซึ่งหากใครที่ดูแลผิวดีหรือมีการมาฉีดไหมน้ำซ้ำอย่างต่อเนื่องตามคำแนะนำของแพทย์ก็จะช่วยยืดอายุการเห็นผลได้ยาวนานมากยิ่งขึ้น

ไหมน้ำควรฉีดกี่ครั้งถึงจะเห็นผล

โดยส่วนใหญ่แล้วแพทย์จะแนะนำให้มีการฉีดไหมน้ำอย่างต่อเนื่องประมาณ 2-3 ครั้งเป็นต้นไป และแนะนำให้ฉีดอย่างต่อเนื่องทุกๆ 6 เดือนเพื่อคงผลลัพธ์ให้ยาวนานมากยิ่งขึ้น แต่ทั้งนี้จำนวนครั้งก็จะขึ้นอยู่กับสภาพผิวของคนไข้แต่ละคนด้วยว่ามีปัญหามากน้อยแค่ไหน

หลังฉีดไหมน้ำจะมีผลข้างเคียงอะไรไหม

ในเรื่องของผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นได้นั้นส่วนใหญ่จะเป็นอาการบวม มีรอยช้ำจากเข็ม ซึ่งถือเป็นอาการที่จะเกิดขึ้นเพียงแค่ชั่วคราวเท่านั้นและจะสามารถหายไปได้เองภายใน 2-3 วันหลังฉีด

ไหมน้ำราคาเท่าไหร่

เนื่องจากว่าในปัจจุบันตัวไหมน้ำมีอยู่ด้วยกันหลากหลายยี่ห้อ โดยแต่ละยี่ห้อจะมีราคาที่แตกต่างกันออกไปอย่างที่กังนัมคลินิกเรามีไหมน้ำยี่ห้อ Sculptra ให้บริการในราคาเริ่มต้นที่ cc ละ 3,500 บาท

การดูแลตัวเองทั้งก่อนและหลังทำไหมน้ำ

ก่อนฉีดไหมน้ำ

  1. งดทานยาและอาการเสริมที่มีส่วนช่วยกระตุ้นการไหลเวียนโลหิตอย่าง แปะก๊วย น้ำมันปลา วิตามินอีและยากลุ่ม NSAIDS
  2. งดดื่มแอลกอฮอล์อย่างน้อย 1 วันก่อนทำ
  3. พักผ่อนให้เพียงพอก่อนฉีด
  4. ศึกษาและปรึกษาแพทย์เพื่อแจ้งถึงโรคประจำตัว ยาที่รักษาโรคที่ทานก่อนทุกครั้ง
  5. หากกำลังตั้งครรภ์หรือให้นมบุตรอยู่ไม่ควรฉีดไหมน้ำอย่างเด็ดขาด

หลังฉีดไหมน้ำ

  1. งดออกกำลังกายอย่างหนักประมาณ 1 สัปดาห์
  2. งดดื่มแอลกอฮอล์อย่างน้อย 24 ชั่วโมงหลังทำ
  3. งดแต่งหน้าอย่างน้อย 24 ชั่วโมงหลังทำเพื่อป้องกันการอักเสบติดเชื้อบริเวณรอยเข็ม
  4. ดื่มน้ำให้เพียงพออย่างน้อยวันละ 1.5 ลิตร
  5. ทาครีมบำรุงผิวเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นและทาครีมกันแดดเพื่อปกป้องผิวจากแสงแดด แสงไฟเป็นประจำทุกวัน

เลือกทำไหมน้ำที่ไหนดี

  • คลินิกจะต้องได้มาตรฐาน มีการเปิดให้บริการอย่างถูกต้องตามกฎหมาย
  • คลินิกต้องมีการใช้ตัวไหมน้ำของแท้ที่ผ่านการรับรองความปลอดภัยจากอย.ไทยแล้ว
  • จะต้องรับการฉีดโดยแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญและประสบการณ์สูงเท่านั้น
  • คลินิกมีการดูแลและติดตามผลลัพธ์หลังทำอย่างใกล้ชิด
  • คลินิกมีช่องทางการติดต่อที่สะดวก ติดต่อได้ง่ายทุกช่องทาง

สรุป

ไหมน้ำคือหัตถการตัวช่วยเรื่องของการยกกระชับผิว ลดเลือนริ้วรอย ร่องลึก ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในชั้นผิวให้เพิ่มมากขึ้นอย่างหนึ่งที่จะมาในรูปแบบของสารน้ำไว้สำหรับฉีดเข้าชั้นผิวซึ่งทำให้ผลลัพธ์หลังทำมีความคล้ายคลึงกับการร้อยไหมแบบทั่วไป ซึ่งในปัจจุบันตัวไหมน้ำมีด้วยกับหลายแบบ หลายยี่ห้อโดยยี่ห้อที่ดังๆ ในไทยก็จะมี Sculptra และ Gouri เป็นต้น
แต่การจะฉีดไหมน้ำให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีนั้นจะต้องเข้ารับบริการกับคลินิกที่ได้มาตรฐานฉีดกับแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญอย่างที่กังนัมคลินิก สำหรับใครที่สนใจสามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Line : @gangnamclinic หรือได้ที่กังนัมคลินิกทุกสาขา

บทความที่เกี่ยวข้อง

แนะนำโปรแกรม ร้อยไหม Epiticon ตัวช่วยยกกระชับผิวกระชับเต่งตึง

แนะนำโปรแกรม ร้อยไหม Epiticon ตัวช่วยยกกระชับผิวกระชับเต่งตึง

อีกหนึ่งจุดเด่นสำคัญสำหรับการร้อยไหมนั้นก็คือการมีประเภทของเส้นไหมให้เลือกอยู่หลายแบบด้วยกัน และหนึ่งในเส้นไหมที่มาแรงอย่างมากนั้นก็คือ ไหม Epiticon นั่นเอง ซึ่

อ่านต่อ
ร้อยไหมก้างปลา คืออะไร ช่วยเรื่องอะไรบ้าง พร้อมข้อควรรู้ก่อนตัดสินใจทำ

ร้อยไหมก้างปลา คืออะไร ช่วยเรื่องอะไรบ้าง พร้อมข้อควรรู้ก่อนตัดสินใจทำ

การร้อยไหมก้างปลา เป็นหัตถการที่ช่วยยกกระชับผิว ปรับรูปหน้าให้เรียวและเต่งตึงขึ้น ซึ่งในปัจจุบันนั้นการร้อยไหมมีอยู่หลายแบบมากๆ แต่ในบทความนี้เราจะมาเจาะลึกถึงก

อ่านต่อ
ร้อยไหมมิ้นท์ คืออะไร ช่วยเรื่องอะไรบ้าง กี่วันเห็นผล รวมข้อที่ควรรู้ก่อนทำ

ร้อยไหมมิ้นท์ คืออะไร ช่วยเรื่องอะไรบ้าง กี่วันเห็นผล รวมข้อที่ควรรู้ก่อนทำ

การร้อยไหมมิ้นท์ เป็นวิธีการช่วยยกกระชับผิวให้เต่งตึงขึ้นอย่างทันที ซึ่งเป็นวิธีการที่กำลังได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน ดังนั้นในบทความนี้เราเลยจะพาไปร

อ่านต่อ
ปรึกษาฟรี จองคิว LINE